แนะนำ 3 ปูนใหม่ จาก เอสซีจี เพื่อตอบโจทย์การใช้งาน

แนะนำ 3 ปูนใหม่ จาก เอสซีจี ที่จะมาช่วยให้งานของคุณมีความสะดวกรวดเร็วมากยิ่งขึ้น มาพร้อมกับนวัตกรรมโครงสร้างเพื่อสิ่งแวดล้อม

ปูนงานโครงสร้าง เอสซีจี สูตรไฮบริด
ปูนซีเมนต์ไฮดรอลิกชนิดใช้งานทั่วไป สูตรพิเศษ ผ่านการคิดค้นด้วยหลัก วัสดุศาสตร์ (Materials Science) และ เทคโนโลยีการผลิตบาตรฐานใหม่ (Hybrid Technology) มีส่วนประกอบของปูนเม็ด ยิปซัม ส่วนประกอบแคลเซียมและสารเพิ่ม ความแข็งแรง ให้กําลังอัดสูง โครงสร้าง ที่ได้จึงแข็งแรงทนทาน ทั้งยังเป็นปูนที่เป็น มิตรต่อสิ่งแวดล้อม

คุณสมบัติปูนงานโครงสร้าง เอสซีจี สูตรไฮบริด

  • อัด กําลังอัดสูงกว่าปูนโครงสร้างทั่วไป
  • ทน ทนต่อการขัดสี ลดโอกาสเกิดปัญหาฝุ่น และพื้นหลุดล่อน
  • ลดแตก ลดโอกาสที่พื้นผิวคอนกรีตแตกร้าวเนื่องจากการหดตัวของปูน
  • ลดพรุน คอนกรีตทึบแน่น ส่งผลให้โครงสร้างคอนกรีตแข็งแรงมากขึ้น
  • เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ใช้วัตถุดิบและกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

ปูนงานโครงสร้างเอสซีจี

ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ประเภท 1 มีคุณสมบัติ ให้กําลังอัดสูง เหมาะสําหรับงาน โครงสร้างที่ต้องการความแข็งแรงสูง อาทิ ฐานราก เสา คาน พื้น ของบ้านพัก อาศัย อาคารทั่วไป และงานโครงสร้าง ขนาดใหญ่ อาทิ อาคารสูง ถนน ทางด่วน สนามกีฬา และสนามบิน โครงสร้างที่ได้มี ความแข็งแรง ทนทาน

คุณสมบัติพิเศษปูนงานโครงสร้างเอสซีจี

  • ให้กำลังอัดสูง โครงสร้างที่ได้จึงแข็งแรงทนทาน
  • เป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในกระบวนการผลิต เป็นมิตรต่อสถาพภูมิอากาศ เป็นทางเลือกให้ผู้ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม
  • ใช้สำหรับงานคอนกรีตอัดแรง และไม่อัดแรงได้

นวัตกรรม โครงสร้างรับกําลังอัดเร็ว

ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนต์ประเภn 3 มีคุณสมบัติพิเศษให้กําลังอัดสูงได้เร็ว ในช่วงต้น จึงช่วยให้การทํางานเสร็จเร็วขึ้น เหมาะสําหรับใช้ผลิตผลิตภัณฑ์คอนกรีต สําเร็จรูปชนิดอัดแรง อาทิ แฟนพื้น เสาเข็ม เสาไฟฟ้า

เครดิตข้อมูล
scgbuildingmaterials.com

เก็บรักษาปูนอย่างไร เมื่อยังใช้ปูนไม่หมด

งานก่อสร้างจะเสร็จสมบูรณ์ได้ต้องอาศัยปูนซีเมนต์เป็นหลักทั้งสิ้น การคำนวณในการใช้ปูนซีเมนต์เพื่อการใช้งานเป็นเรื่องสำคัญเช่นกัน ช่างก่อสร้างที่มีฝีมือต้องสามารถคำนวณและสั่งซื้อปูนซีเมนต์มาใช้งานได้อย่างพอดีไม่สั่งมามากหรือน้อยไป เนื่องจากปูนเป็นวัสดุก่อสร้างที่มีอายุการใช้งานที่จำกัด แต่ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำได้ ส่วนใหญ่แล้วมักขาด หรือเกิน ซึ่งถ้าขาดก็ยังสามารถสั่งเพิ่มได้ แต่ถ้ามากเกินพอดีและงานก็เสร็จแล้ว จะคืนให้ผู้ผลิตหรือทางร้านวัสดุก็คงจะยาก จะขายต่อก็คงไม่ได้ราคา

ดังนั้นอาจต้องเก็บไว้ใช้กับงานต่อไป และถ้าต้องเก็บไว้ใช้กับงานอื่น หรืองานต่อไป จะมีวิธีเก็บอย่างไรให้ปูนซีเมนต์ยังคงคุณภาพดี และสามารถที่จะใช้งานได้ การเก็บรักษาปูนซีเมนต้องระวังความชื้นเนื่องจากความชื้นอาจทำให้ปูนแข็งตัวและไม่สามารถใช้งานได้ เพื่อให้ปูนยังคงคุณภาพที่ดีและสามารถใช้งานได้ ควรมีวิธีดังนี้

  1. ต้องเตรียมสถานที่เก็บปูนอย่างเหมาะสม โดนจัดให้มีหลังคากันแดด กันฝน ให้มีผนังทั้งสี่ด้าน ทั้งนี้เพื่อการป้องกันความชื้นและสภาพอากาศเย็นที่อาจเข้ามาจากภายนอกได้ และอาจมาทำให้ปูนแข็งตัวหรือหมดสภาพการใช้งาน
  2. ต้องให้ปูนวางอยู่บนฐาน ที่ทำจากไม้หรือพาเลทให้อยู่สูงจากพื้นประมารณ 1 ฟุต เพื่อการป้องกันความชื้นที่อาจระเหยขึ้นมาจากพื้นได้ ยิ่งถ้าเป็นพื้นที่เทปูนหรือพื้นดินธรรมดาจะยิ่งไม่สมควรวางและต้องใช้ไม้หรือพาเลทรองไว้อีกชั้นหนึ่ง
  3. วิธีวางถุงปูนให้ซ้อนกันประมาณ 5 ชั้น แล้วให้วางสลับกันไปมาอีกทีละ 5 ขั้น จนกว่าจะสมควร
  4. ควรแยกประเภทของปูนห้ามวางรวมกัน เพื่อการหยิบใช้งานได้สะดวก โดยวางปูนที่มีอายุการใช้งานเหลือน้อยไว้ด้านบน เรียกตามความใหม่-เก่าของปูนให้ดี
  5. ต้องวางชั้นปูนให้อยู่ห่างจากผนังห้องเก็บปูนอย่างน้อย 1 เมตร เพื่อความสะดวกในการเดิน หรือต้องแบกไปใช้งาน
  6. การเก็บปูนซีเมนต์ไว้กลางแจ้งหรือไม่มีห้องเก็บอย่างถาวร ควรวางเรียงกันให้เป็นชั้นและต้องอยู่บนฐานไม้หรือพาเลทสูงประมาณ 1 ฟุต ใช้ผ้าใบหรือพลาสติดคลุมไว้ให้มิดชิดเพื่อป้องกันฝน น้ำค้าง และความชื้นจากอากาศ ซึ่งจะทำให้ปูนแข็งตัวและเสื่อมคุณภาพ และไม่ควรเก็บไว้เกินกว่า 2 เดือน ต้องเก็บไว้ในที่แห้งเท่านั้น

เจ้าของบ้านต้องรู้เรื่องปูน ก่อนจ้างงานให้ ผู้รับเหมา


ปูน เป็นวัสดุที่สำคัญเพื่อใช้ในการก่อสร้างที่ช่างก่อสร้างทั้วไปรู้จักกันเป็นอย่างดี ปูนเป็นวัสดุที่มีราคาไม่สูงมากนัก สามารถที่จะปรับแต่งรูปทรงได้ตามที่ต้องการ หาซื้อได้ไม่ยาก มีความสะดวกในการใช้งาน แต่ท่านทราบหรือไม่ว่าปูนที่เป็นว่าเป็นของธรรมดา ๆ นั้นมันมีกี่ชนิด แต่ละชนิดต่างก็มีคุณสมบัติที่แตกต่างกันออกไป เรื่องนั้นผู้เป็นเจ้าของบ้านที่กำลังก่อสร้างควรต้องทราบ เพื่อที่จะได้ตัดสินใจเลือกในการก่อสร้างได้ แทนที่จะปล่อยให้ช่าง หรือผู้รับเหมาจัดการด้วยตนเอง โดยที่เราไม่รู้เรื่องอะไรเลย
ชนิดของปูน ซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ (Portland Cement) ที่ใช้ในการก่อสร้าง

สามารถแบ่งได้เป็น 5 ชนิดใหญ่ ๆ ดังนี้

1. ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ชนิดธรรมดา สำหรับใช้งานทั่วไป เช่น เทพื้น เพดาน หร้อเทเสา ใช้ทำเป็นคอนกรีตเสริมเหล็กได้ดี
2. ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด็ ชนิดดัดแปลง เป็นการเพิ่มคุณสมบัติของปูนที่ให้ความทนทานต่อการกัดกร่อนของบริเวณก่อสร้างที่มีเกลือซัลเฟตอยู่ด้วย ใช้ทำงานโครงสร้างขนาดใหญ่พวกพอหม้อสะพาน เขื่อน ที่อยู่บริเวณน้ำกร่อยหรือน้ำเค็ม เป็นต้น
3. ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ ชนิด High-Early Srtength เพื่อใช้งานที่ต้องการความเร็วในการปรับตัว หรืองานเร่งด่วนที่ต้องการด่วนพิเศษ เช่นการทำถนน และงานเร่งด่วนอื่น ๆ
4. ปูนซีเมนต์ปอร์แลนด์ชนิดความร้อนต่ำ เป็นปูนซีเมนต์ที่ออกแบบมาให้รับความร้อนในการแข็งตัวได้เป็นจำนวนน้อย ส่งผลให้คอนกรีตไม่แตกร้าวได้ง่าย ๆ
5. ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ ชนิดทนเกลือซันเฟตได้สูง เพื่อใช้ในการก่อสร้างที่มีสภาพดินเค็มกว่าปกติ หรืออยู่ที่บริเณใกล้ทะเลที่มีสภาพอาการชื้นและเค็ม

และนี้ก็คือชนิดหรือแบบของปูนที่มีการใช้งานอยู่ทั่วไป ซึ่งอาจดูว่าเป็นเรื่องยากในการใช้งานของผู้ไม่รู้ หรือเจ้าชองบ้านที่ยังอ่อนหัดเรื่องปูนซีเมนต์ แต่ปูนซีเมนต์ก็ยังไม่ได้มีเพียงแค่นี้ เรายังสามารถแบ่งย่อยได้อีกหลายชนิด เช่น ปูนฉาบสำเร็จ ซึ่งเป็นปูนที่มีส่วนผสมของทรายละเอียดอยู่ในเนื้อปูน ใข้ผสมน้ำแล้วฉาบได้ทันที, ปูนฉาบผิวบาง ได้แก่ปูนสำหรับการซ่อมแซมผิวคอนกรีตที่ชำรุด หรือการฉาบผนังคอนกรีตสำเร็จรูป, ปูนฉาบละเอียด เป็นปูนชนิดที่นำมาฉาบเพื่อการแต่งหน้า มีเนื้อปูนที่ละเอียดเนียนเป็นพิเศษ เพื่อใช้ฉาบแต่หน้าคอนกรีตทั่วไป, ปูนกาว หรือที่รู้จักกันในชื่อกาวซีเมนต์ เป็นปูนสำเร็จที่ใช้ในการยึดติดกระเบื้องกับผนังหรือพื้น มีคุณสมบัติที่เหนียวและการยึดติดสูง, ปูนเกร๊าท์ ปูนชนิดนี้จัดอยู่ในประเภทสารเคมีชนิดหนึ่งมากกว่าปูน แต่ก็ยังนิยมเรียกว่าปูน ใช้ในการซ่อมแซมต่าง ๆ, ปูนซ่อมเอนกประสงค์ เป็นปูนสำหรับการซ่อมแซมรอยแตกร้าวของผนัง คาน เสา หรือพื้น ใช้งานได้ง่านไม่ยุ่งยากแค่ผสมน้ำก็ใช้ได้แล้ว

และนี่ก็คือปูนชนิดต่าง ๆ ที่เราควรทำความรู้จัก เพื่อเลือกซื้อได้ตามประเภทของงาน ซึ่งจะได้ร่วมในการตัดสินใจในการใช้งานของช่างผู้รับเหมา ทั้งนี้เพื่อให้เราได้วัสดุที่เหมาะสมในการใช้งานได้มากที่สุด

เครดิตข้อมูลและภาพ
https://scghome.com/